การพัฒนาคุณภาพ : การนิเทศศึกษา

ไพรินทร์ เหมบุตร ศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 41

การนิเทศการศึกษาของไทยแม้เริ่มขึ้นเมื่อ 50 กว่าปีที่ผ่านมาแล้ว จนปัจจุบันนี้ยังคงความหมาย ถึงการพัฒนาศักยภาพของครูเหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยน ซึ่งเจตนาเบื้องต้นในการนิเทศ คือ ช่วยให้ครูเห็นและเข้าใจถ่องแท้ในวัตถุประสงค์ของการศึกษา และหน้าที่โดยเฉพาะของครูในโรงเรียนที่จะดำเนินไปสู่วัตถุประสงค์ของการศึกษา ช่วยให้ครูได้เห็นและเข้าใจในความต้องการของเยาวชนและปัญหาต่างๆของเยาวชน ตลอดจนช่วยแก้ไขและป้องกันปัญหาอันจะพึงมีแก่เยาวชน มุ่งหวังในการช่วยสร้างครูให้มีคุณลักษณะความเป็นผู้นำที่ดีคือ ผู้นำแบบประชาธิปไตย โดยการช่วยปรับปรุงโรงเรียนทั้งด้านบริหารและด้านวิชาการ ช่วยสร้างเสริมความสามัคคี และรู้จักทำงานร่วมกัน รวมถึงช่วยส่งเสริมครูให้ก้าวหน้าในวิชาการ (วิทยฐานะ) บริ๊กและจัสแมน (Brigg and Justman อ้างถึงในชารี มณีศรี, 2538) ได้สรุปจุดมุ่งหมายของการนิเทศไว้ 4 ข้อ คือ 1. การส่งเสริมความเจริญก้าวหน้าทางอาชีพ 2. การส่งเสริมความเจริญงอกงามของครู 3. การปรับปรุงการสอนของครู 4. การส่งเสริมแนะนำครูและการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนและประชาคม

จากสภาพและผลของคุณภาพการศึกษาปีการศึกษา 2553 ทำให้ทราบว่า ผลสัมฤทธิ์จากการสอบ O-NET, LAS ต่ำ ความล้มเหลวในการรับรองมาตรฐานคุณภาพภายนอก (สมศ.) และการทำผลงานเพื่อเลื่อนวิทยฐานะของครูมีผลไม่อนุมัติจำนวนมาก (สพท.กพ.1, 2552) ปัจจุบันสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา แยกระดับมัธยมศึกษาออกมาบริหารอย่างชัดเจนภารกิจเร่งด่วนที่ชาวมัธยมศึกษาต้องพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้สูงขึ้นจึงเป็นงานที่ท้าทายมาก ดังนั้นการนิเทศการศึกษาจึงมีความจำเป็นต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างยิ่ง โดยมุ่งพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครูให้มีประสิทธิภาพสู่สมรรถนะหลักตามมาตรฐานวิชาชีพครู ซึ่งรูปแบบการนิเทศตามแนวคิดของ แฮริส( Harris , 1985) ได้แบ่งรูปแบบการนิเทศออกเป็น 2 ลักษณะ คือ 1. การนิเทศที่เน้นการให้คำแนะนำ ( Tractive Supervision ) เป็นการนิเทศที่ผู้นิเทศเป็นผู้ให้ข้อแนะนำ เช่น การปฐมนิเทศ การจัดการฝึกอบรม การนิเทศที่เน้นการให้คำแนะนำ 2. การนิเทศที่เน้นการให้เกิดการไหวตัว (Dynamic Supervision) เป็นการนิเทศที่ผู้นิเทศ กระตุ้นเร่งเร้าส่งเสริมให้ครูเกิดความคิด และนำความคิดนั้นไปปฏิบัติ การนิเทศในลักษณะนี้เพ่งเล็งที่ตัวครู เพื่อให้ครูได้ใช้ความรู้ สติปัญญา และประสบการณ์มาใช้ในการปรับปรุงการสอน กลิคแมน (Glickman,1990) กล่าวถึง การนิเทศมุ่งที่กระบวนการเพื่อแก้ปัญหา 5 แบบคือ1.การนิเทศเพื่อพัฒนาให้ความช่วยเหลือครูโดยตรง (Direct Assistance) 2.การพัฒนาทักษะการทำงานกลุ่ม (Grop Development) 3.การเสริมสร้างประสบการณ์ทางวิชาชีพ(Professional Development) 4.การพัฒนาหลักสูตร(Curriculum Development) และ5.การวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน(Action Research) โดยมองที่ครูและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเป้าหมายและแบ่งวิธีการของการนิเทศ เพื่อพัฒนาเป็น 3 วิธี คือ 1. การนิเทศมุ่งวิธีนำ ผู้นิเทศเป็นผู้ชี้นำเมื่อครูมีความรู้ความสามารถต่ำขาดประสบการณ์ 2. การนิเทศมุ่งวิธีไม่นำ วิธีนี้จะใช้เมื่อครูมีคุณภาพสูงมีประสบการณ์ 3. การนิเทศมุ่งวิธีให้ความร่วมมือ เป็นวิธีการที่ผู้นิเทศใช้เมื่อคุณภาพของครูมีลักษณะผสมผสานระหว่างสองแบบข้างต้น การนิเทศการศึกษา เป็นเครื่องมือนำมาใช้ในการพัฒนาระบบการจัดการเรียนการสอนของครูผู้สอนในโรงเรียนให้ประสบผลสำเร็จตามมาตรฐานวิชาชีพสู่ความเป็นครูมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการนิเทศประเภทใดก็ตามการขับเคลื่อนคุณภาพย่อมมีวงล้อการพัฒนาอยู่ 3 ฝ่ายคือ ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหาร และครู ซึ่งในส่วนหลังนี้นับว่ามีความสำคัญต่อความสำเร็จมากที่สุด หากแม้ขาดการดำเนินการสู่การปฏิบัติแล้วรูปแบบ หลักการใดๆที่กำหนดไว้ย่อมไร้ผล ในขณะเดียวกันหากขาดการส่งเสริมสนับสนุนจากฝ่ายบริหารจุดหมายที่มุ่งช่วยเพื่อนครูย่อมเป็นไปได้ยาก ในช่วงแรกของการนิเทศโรงเรียนมัธยมศึกษาของศึกษานิเทศก์ต่างมีความมุ่งหวังและตั้งใจที่จะเข้าถึงครูผู้สอนทุกท่าน ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเป็นเพื่อนเดินทางไปสู่ถนนแห่งสายคุณภาพร่วมกัน โดยร่วมสร้างวัฒนธรรมแห่งการนิเทศการศึกษาไปสู่หน้าประวัติศาสตร์ของชาวมัธยมศึกษาในก้าวแรกด้วยความจริงใจ เปิดใจ และให้ใจกันเพราะนิเทศการศึกษา คือ การทำงานของศึกษานิเทศก์ที่จะต้องร่วมกันเป็นพลังในการช่วยสร้างครู บนพื้นฐานของการยอมรับให้เกียรติกัน ไม่มีการบังคับ สร้างขวัญกำลังใจ ช่วยเหลือแก้ไขปัญหา จึงกล่าวส่งท้ายได้ว่าการนิเทศที่มุ่งแก้ปัญหาและพัฒนาการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบเพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียน ผ่านการปฏิบัติงานของครูให้เกิดประสิทธิภาพบนพื้นฐานของกระบวนการที่เกิดจากความต้องการของครูในการพัฒนาทักษะวิชาชีพมีความสำคัญยิ่ง การนิเทศการศึกษาไม่มีรูปแบบที่สมบูรณ์ที่สุด แต่จะปรับไปตามบริบทของการเปลี่ยนแปลง เพื่อช่วยเหลือครูให้สามารถพัฒนาการสอนได้ตามมาตรฐานคุณภาพการศึกษา สร้างความสำเร็จที่เหมาะสมให้กับครูแต่ละคนได้ตามศักยภาพแห่งตนต่างหาก นั่นคือการนิเทศศึกษาเพื่อการพัฒนาคุณภาพอย่างแท้จริง

 
 

*สามารถดาวน์โหลดบทความฉบับเต็มได้ที่ไฟล์ดาวน์โหลดด้านล่าง

เอกสารดาวน์โหลด

 
 
การพัฒนาคุณภาพ :
การนิเทศศึกษา