บทคัดย่องานวิจัยกลุ่มวิทยาศาสตร์

ชื่อเรื่อง :
การพัฒนาชุดการสอนวิทยาศาสตร์ เรื่อง พลังงานไฟฟ้า สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
ผู้วิจัย :
นายครองรัชต์ พฤกษชาติ
ครูชำนาญการ
หน่วยงาน :
โรงเรียนระหานวิทยา อำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 41

บทคัดย่อ

การพัฒนาชุดการสอนวิทยาศาสตร์ เรื่อง พลังงานไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีจุดมุ่งหมายของการวิจัยดังนี้ 1) เพื่อพัฒนาชุดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ เรื่องพลังงานไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ของนักเรียน 3) เพื่อเปรียบเทียบความสนใจในการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/3 จำนวน 36 คน เครื่องมือในการวิจัย ได้แก่ ชุดการสอนวิทยาศาสตร์ เรื่องพลังงานไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบวัดความสนใจในการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตร,ฐานและการทดสอบสมมติฐาน ใช้ (Dependent Sample)

ผลการวิจัย พบว่า 1) การพัฒนาชุดการสอนวิทยาศาสตร์ เรื่องพลังงานไฟฟ้า มีประสิทธิภาพเท่ากับ 80.80/80 ซึ่งเป็นไปตมเกณฑ์ 80/80 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนที่เรียนโดยการใช้ชุดการสอนเรื่องพลังงานไฟฟ้า หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) ความสนใจในการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนที่เรียนโดยการใช้ชุดการสอนวิทยาศาสตร์ เรื่องพลังงานไฟฟ้าหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

ชื่อเรื่อง :
การพัฒนาชุดการสอนวิทยาศาสตร์ เรื่อง พลังงานไฟฟ้า สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
ผู้วิจัย :
นายครองรัชต์ พฤกษชาติ
ครูชำนาญการ
หน่วยงาน :
โรงเรียนระหานวิทยา อำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 41

บทคัดย่อ

การพัฒนาชุดการสอนวิทยาศาสตร์ เรื่อง พลังงานไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีจุดมุ่งหมายของการวิจัยดังนี้ 1) เพื่อพัฒนาชุดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ เรื่องพลังงานไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ของนักเรียน 3) เพื่อเปรียบเทียบความสนใจในการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/3 จำนวน 36 คน เครื่องมือในการวิจัย ได้แก่ ชุดการสอนวิทยาศาสตร์ เรื่องพลังงานไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบวัดความสนใจในการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตร,ฐานและการทดสอบสมมติฐาน ใช้ (Dependent Sample)

ผลการวิจัย พบว่า 1) การพัฒนาชุดการสอนวิทยาศาสตร์ เรื่องพลังงานไฟฟ้า มีประสิทธิภาพเท่ากับ 80.80/80 ซึ่งเป็นไปตมเกณฑ์ 80/80 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนที่เรียนโดยการใช้ชุดการสอนเรื่องพลังงานไฟฟ้า หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) ความสนใจในการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนที่เรียนโดยการใช้ชุดการสอนวิทยาศาสตร์ เรื่องพลังงานไฟฟ้าหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

ชื่อเรื่อง :
ผลการจัดการเรียนรู้แบบ วัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้น ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
ผู้รายงาน :
นางวิไลพร พฤกษชาติ
ตำแหน่ง :
ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนระหานวิทยา ต.ระหาน อ.บึงสามัคคี จ.กำแพงเพชร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 41

บทคัดย่อ

กิจกรรมการเรียนรู้แบบวัฏจักร การเรียนรู้ 5 ขั้นตอน มุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติจริงคิดเป็นทำเป็น แก้ปัญหาเป็น รู้จักสืบเสาะค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองซึ่งสามารถทำให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทั้งด้านพุทธพิสัย ด้านทักษะพิสัย และด้านจิตพิสัย ดังนั้น การศึกษาครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักร การเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง หน่วยของสิ่งมีชีวิตและกระบวนการดำรงชีวิตของพืช ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์ 80/80 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ แบบวัฏจักรการเรียนรู้ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน และเปรียบเทียบความสนใจของนักเรียนที่เรียนด้วยการจดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 34 คน โรงเรียนระหานวิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำแพงเพชร เขต 2 ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบวัฎจักรการเรียนรู้ จำนวน 8 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 40 ข้อ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบสมมติฐานใช้ t-test (Dependent Samples)ผลการศึกษาค้นคว้า ปรากฏดังนี้

1. แผนการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้มีประสิทธิภาพเท่ากับ 83.20/88.00 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้

2. นักเรียนที่เรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนเพิ่มขึ้นจากก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3. นักเรียนที่เรียนด้วยแผลการจัดการเรียนรู้มีความสนใจหลังเรียนเพิ่มขึ้นจากก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

ชื่อเรื่อง :
รายงานผลการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องโครงสร้างของพืช วิชาชีววิทยา ว 42204 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
ชื่อผู้รายงาน :
นางสาวดวงรัตน์ ทองศรีกัน
ครูชำนาญการ
หน่วยงาน :
โรงเรียนโกสัมพีวิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 41

บทคัดย่อ

รายงานผลการใช้ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง โครงสร้างของพืช ของนักเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 2) เพื่อหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องโครงสร้างของพืชตามเกณฑ์ 80/80 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องโครงสร้างของพืช ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยมีวิธีการดำเนินการคือ วิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง โครงสร้างพืช วิชาชีววิทยา ว 42204 ที่พัฒนาขึ้นโดยใช้ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน โดยใช้ t-test แบบ Dependent Samples จากการศึกษาค้นคว้าพบว่า

1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องโครงสร้างของพืช ชีววิทยา ว 42204 และผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยตรวจสอบและทดสองใช้จนมีประสิทธิภาพ จึงนำไปใช้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโกสัมพีวิทยา จำนวน 24 คน พบว่า มีประสิทธิภาพ 82.26/86.93

2. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง โครงสร้างพืชวิชาชีววิทยา ว 42204 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนวิชาชีววิทยา ว 42204 จำนวน 24 คน ก่อนและหลังเรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง โครงสร้างของพืชพบว่า มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3. ความพึงพอใจในการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 หลังเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ พบว่านักเรียนที่ได้รับการสอนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง โครงสร้างของพืช วิชาชีววิทยา ว 42204 มีความพึงพอใจในชุดกิจกรรมการเรียนรู้อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.05

คำสำคัญ : ผลการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องโครงสร้างของพืช